ช่องทางรับฟังความคิดเห็น     คลังเอกสาร     คำถามที่พบบ่อย     ถาม-ตอบ      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี    

ตอนที่ 3 รางวัลที่ติดตัวไปทั้งชีวิต

Inspiration The Series

รางวัลที่ติดตัวไปทั้งชีวิต

 

พี่เอ็กซ์ พนา สายสมบัติ
พนา สายสมบัติ (พี่เอ็กซ์)
คณะบริหารศาสตร์ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ความเหนื่อยในวันนี้ คือรางวัลที่จะติดตัวเราไปตลอดชีวิต และนี่คือเรื่องราวการเดินทางบนเส้นทาง ‘นักกิจกรรม’ ของรุ่นพี่ที่อยากบอกน้อง ๆ ว่า การลงมือทำคือบทเรียนที่คุ้มค่าที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย
ถึงน้อง ๆ ที่กำลังจะก้าวมาเป็น “นักกิจกรรม” สวัสดีครับ พี่ชื่อเอ็กซ์นะครับ นายพนา สายสมบัติ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะบริหารศาสตร์ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่เกรดเฉลี่ยไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่อยากมาแชร์ประสบการณ์ในฐานะนักกิจกรรมคนหนึ่ง ถ้าน้อง ๆ กำลังลังเลอยู่ ว่าจะทำกิจกรรมดีไหม? จะเหนื่อยไหม? จะคุ้มหรือเปล่า? ผมอยากบอกว่าสิ่งที่น้องรู้สึกตอนนี้ มันไม่ผิดเลยครับ เพราะผมเองก็เคยยืนอยู่ตรงจุดนั้นมาก่อน ผมไม่ได้เริ่มจากการเป็นคนที่เก่ง ไม่ได้เริ่มจากคนที่มั่นใจ และไม่ได้เริ่มจากคนที่ใคร ๆ มองว่าเหมาะกับการเป็นผู้นำ สิ่งเดียวที่ผมมีในตอนนั้นคือความรู้สึกว่า...
“ไม่อยากให้ช่วงเวลาในมหาวิทยาลัยผ่านไปเฉย ๆ”
ปี 1 : วันที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร วันที่ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับบทบาทแบบไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำว่า “นักกิจกรรม” ต้องเป็นยังไง ผมเริ่มจากการไปช่วยงาน ช่วยในงานเล็ก ๆ ที่ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีใครจำชื่อได้ บางวันทำงานจนดึกตอนนั้นผมเคยถามตัวเองเหมือนกันครับว่า “ทำไปทำไม?” แต่วันนี้ผมอยากบอกน้อง ๆ ว่า ปี 1 คือปีที่สอนให้เราเริ่มทำงาน โดยไม่ต้องรอคำชมจากใคร ถ้าน้อง ๆ ผ่านจุดนี้ไปได้ น้อง ๆ จะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลย ปี 2 : ความรับผิดชอบที่มากขึ้น พอขึ้นปี 2 ผมได้เป็นรองนายกสโมสรนักศึกษาคณะ จากคนที่เคยแค่ช่วยงาน ผมต้องเริ่มรับผิดชอบงานจริง ๆ ต้องคิด ต้องตัดสินใจ บางวันต้องทำหน้าที่แทนคนอื่น บางวันต้องดูแลงานที่ใหญ่ ปีนั้นทำให้ผมเข้าใจว่าการทำงานกับคนไม่ง่ายเลย และการรับผิดชอบความรู้สึกของคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เช่นกัน ปีนั้นทำให้ผมรู้ว่า ตำแหน่งไม่ได้ทำให้เราโดดเด่น แต่ความรับผิดชอบทำให้เราโตและจริงจังกับชีวิตมากขึ้น ปี 3 : วันที่ได้เป็นผู้นำ และรู้ว่ายิ่งสูง ยิ่งยาก วันที่ผมได้เป็นผู้นำ และรู้ว่าการเป็นผู้นำไม่ได้ง่าย เพราะปี 3 เป็นปีที่หนักที่สุดของผม ผมได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกสโมสรนักศึกษาคณะ ได้เข้าใจคำว่า “ยิ่งสูง ยิ่งยาก” จากที่เคยมีคนตัดสินใจให้ จากคนที่บางครั้งเป็นผู้ตาม บางครั้งเป็นผู้นำ ผมกลายเป็นคนที่ต้อง ตัดสินใจแทบทุกเรื่อง กิจกรรมเยอะ ปัญหาเยอะ ความคาดหวังก็เยอะ หลายครั้งเราทำเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกใจทุกคน บางครั้งผมยืนอยู่ต่อหน้าทีม แต่ข้างในรู้สึกโดดเดี่ยวมาก โดดเดี่ยวแบบอธิบายไม่ถูกจริง ๆ หลายครั้งที่ผมนั่งว่างเปล่าอยู่คนเดียว และคิดคนเดียว คิดซ้ำ ๆ ว่า “เราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง” “ถ้ามีใครสักคนเสียใจ เราจะรับไหวไหม” และหลายครั้งที่ข้างในมันล้าแต่เราต้องเข้มแข็ง เพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมล้ม ทีมก็จะล้มตาม ปีนี้สอนผมอย่างเจ็บปวดว่า...
“ผู้นำไม่ใช่คนที่ไม่ร้องไห้ แต่คือคนที่ร้องไห้ในที่ ที่ไม่มีใครเห็น แล้วลุกขึ้นมายืนต่อหน้าทุกคน เหมือนว่ายังไหว”
และใช่ครับนอกจากกิจกรรมที่หนักหน่วงแล้ว การเรียนก็หนักเช่นกัน แต่ผมโชคดี ตรงที่มีเพื่อนที่ดีมากๆ คอยช่วยเหลือ คอยซัพพอร์ตในทุกๆความคิด ทั้งการเรียน และกิจกรรม พูดได้เต็มปากเลยว่าผมผ่านจุดนี้มาได้เพราะเพื่อนด้วยจริงๆ ผมอยากจะบอกน้อง ๆ ว่า การเลือกคบเพื่อนที่ดี มันดีจริง ๆ เพราะมันแปลว่า เราจะมีคนที่คอยประคับประคองเราไปในทางที่ดี จนถึงวันนี้ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี เพราะมันเป็นปีที่ทำให้ผมโตขึ้นที่สุด และยังเป็นปีที่ทิ้งรอยแผลในใจไม่น้อย แต่ก็ผมอยากขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ในวันนั้น ปี 4 : มองภาพกว้าง ในระดับมหาวิทยาลัย พอขึ้นปี 4 ผมไม่ได้อยู่บทบาทเดิมอีกต่อไป ไม่ได้ตัดสินใจทุกเรื่อง และไม่ได้อยู่หน้าฉากเหมือนที่ผ่านมา ผมกลายเป็นที่ปรึกษาให้น้อง ๆ และทำงานในระดับมหาวิทยาลัยควบคู่ไปด้วย ผมก้าวขึ้นเป็นสภานักศึกษา ซึ่งเป็นองค์กรระดับมหาวิทยาลัย งานทุกอย่างใหม่สำหรับผมมาก เป็นบทบาทที่ผมไม่ได้วางแผนไว้ว่าอยากจะทำ งานมันกว้างขึ้นและมีผลกระทบกับคนมากขึ้น ปีนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้การมองภาพรวม การยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น แม้ว่าจะไม่ถูกใจเรา แต่มันจำเป็นต่อส่วนรวม ผมมีโอกาสทำงานจิตอาสา เห็นชีวิตคนอื่น ได้เห็นว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำ สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้จริง ๆ ปีนี้ไม่หนักแบบปี 3 แต่เป็นปีที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผม ผมต้องไปฝึกงานและเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นวัยทำงานที่แท้จริง ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะเลือกเส้นทางนักกิจกรรมไหม? อ่านมาถึงตรงนี้ น้อง ๆ หลายคนอาจจะมีคำถามกับผมว่า “ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะเลือกเส้นทางนักกิจกรรมไหม?” ผมคงจะเงียบสักพักไม่ใช่เพราะไม่รู้คำตอบ แต่ผมต้องยอมรับกับตัวเองก่อนว่า มันหนักจริง มันเหนื่อยจริง และการเอาใจลงไปเล่นมันทำให้ผมต้องร้องไห้จริง ๆ …. แต่สุดท้ายผมก็ยังจะตอบว่า “ผมเลือกเหมือนเดิม” …. ไม่ใช่เพราะว่ามันดูเท่ แต่เพราะมันทำให้ผมรู้จักตัวเอง ทำให้ผมรู้จักคำว่ารับผิดชอบในวันที่ไม่มีทางถอย ทำให้ผมรู้จักคำว่าผู้นำในวันที่ไม่มีใครปลอบ และทำให้ผมรู้จักความเข้มแข็งในวันที่ผมคิดว่าตัวเองไม่เก่งอะไรเลย ผมอยากจะบอกเพื่อน ๆ บอกทุกคนที่อยู่ในทุกการเดินทาง ทุกการเติบโตของผมว่า ผมยินดีที่ได้รู้จักทุกคน ยินดีที่ได้ทำงานกับทุกคน ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนสิ่งดีๆ ในช่วงชีวิตหนึ่งนะครับ ถ้าวันหนึ่งต้องหันกลับมามองช่วงเวลาในมหาวิทยาลัยผมสามารถพูดกับตัวเองได้ว่า “ผมใช้มันคุ้มแล้ว” ถ้าวันนี้น้อง ๆ กำลังลังเลผมแค่อยากบอกความจริงว่า เส้นทางนี้เหนื่อย และบางวันมันจะท้อมาก ๆ แต่ถ้าน้อง ๆ ไปจนสุดทางวันหนึ่งน้องจะมองกระจก แล้วเห็นตัวเองเป็นคนที่ไม่กลัวความยาก ไม่กลัวการที่ต้องรับผิดชอบ และไม่หนีปัญหา และนั่นไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ของการเป็นนักกิจกรรม แต่มันคือ “รางวัลที่น้องจะได้ติดตัวไปทั้งชีวิต” สุดท้ายนี้ผมอยากบอกน้อง ๆ ว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องรอให้เก่งก่อน แค่เริ่มจากการ “กล้าที่จะลงมือทำ” องค์กรนักศึกษาคือพื้นที่ปลอดภัยของการเรียนรู้ พื้นที่ ที่เราจะได้ฝึกตัดสินใจและกล้าที่จะยอมรับผลลัพธ์แม้ในวันที่อะไรอะไรก็ไม่ได้เป็นตามที่เราหวัง
ปล. องค์กรนักศึกษาคือพื้นที่ ที่ทำให้เรากล้าที่จะเปิดไมค์แล้วพูดว่า “ขอเสริมนิดหนึ่งนะครับ”